อาจารย์ผู้สอนสามารถเลือกใช้และใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน
สังคมออนไลน์ ขึ้นบนเครือข่ายการใช้งานอินเทอร์เน็ตในสถาบันการศึกษา

ศาสตราจารย์ในประเทศไทย ถือเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ

December 25th, 2014

ในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญที่มีผลงานระดับศาสตราจารย์จำนวนหนึ่ง มิได้สอนในมหาวิทยาลัย และมิได้มีตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เลือกที่จะทำงานในบริษัทเอกชน มักจะให้ผลตอบแทนสูงกว่ามหาวิทยาลัยระดับกลางค่อนข้างมาก ตัวอย่างบริษัทเอกชนที่มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากในสาขาต่างๆ เช่น ในสาขาไอที ได้แก่ ไมโครซอฟท์ ] สาขาการแพทย์ ได้แก่ Biogen สาขาสื่อสาร ได้แก่ AT&T ผลงานวิจัยจากบริษัทเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อวิถีการทำงานของผู้เชี่ยวชาญ (รวมถึงศาสตราจารย์) ในสาขานั้น ๆ ทั่วโลก

ในประเทศไทย ตำแหน่งศาสตราจารย์ ถือเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติที่แสดงถึงความเป็นผู้มีความรู้สูง และมีผลงานด้านการศึกษาของบุคคลนั้น ซึ่งต้องผ่านการกลั่นกรองและประเมินผลงานอย่างเคร่งครัดและเข้มงวดในความถูกต้องของวิชา ศาสตราจารย์ประเภทอื่นอาจมีวิธีพิจารณาที่แตกต่างกันออกไป ตามประเภทของศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์ระดับสูงสุด เรียกว่า ศาสตราจารย์ญาณวิทย์ ( หรือศาสตราจารย์ในระดับ C-11 เดิม) ผู้ที่เป็นศาสตราจารย์ สามารถใช้คำว่า ศาสตราจารย์ นำหน้าชื่อเพื่อลงชื่อในหนังสือ เอกสาร งานสารบรรณ เสมือนยศหรือคำนำหน้าชื่ออย่างอื่น

การแต่งตั้งศาสตราจารย์ในประเทศไทย จะต้องผ่านกระบวนการตาม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ทางคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย (ก.ม.) และทบวงมหาวิทยาลัย จะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ แล้วการแต่งตั้งก็นำเข้าคณะรัฐมนตรี เพื่อผ่านไปโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษที่แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่เป็นอาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย จะต้องได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เพื่อแต่งตั้งเช่นกัน

สำหรับตำแหน่งศาสตราภิชานอาจเป็นตำแหน่งที่มีกำหนดเวลา มักขึ้นกับปีงบประมาณหรือกองทุนศาสตราภิชานของมหาวิทยาลัยที่เชิญ ส่วนศาสตราจารย์กิตติเมธีในประเทศไทยเป็นตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมาปฏิบัติ งานวิจัยและบริการวิชาการที่นอกเหนือและสูงกว่างานของศาสตราจารย์ประจำ เช่น กิตติเมธีของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อย่างไรก็ดี ทั้งตำแหน่งศาสตราภิชานและศาสตราจารย์กิตติเมธี อาจมีเงื่อนไขในการดำรงตำแหน่งไม่เหมือนกัน เช่น ศาสตราภิชานของไทยมีวาระเพียงปีเดียว

อนึ่งการใช้ชื่อศาสตราจารย์กิตติคุณ หรือ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยกำหนด เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้ “กิตติคุณ” ส่วน มหาวิทยาลัยมหิดล ใช้ “เกียรติคุณ” เป็นต้น ซึ่งความเป็นอาจารย์ประจำในกรณีนี้ หมายถึง การผูกพันเป็นการประจำกับคณะที่ขอแต่งตั้ง ต่างกับศาสตราจารย์เกษียณอายุที่ได้รับการต่ออายุราชการถึง 65 ปี ซึ่งถือเป็นการทำงานประจำเต็มเวลาปกติเหมือนอาจารย์ประจำทั่วไป ในประเทศไทยยังมีผู้เข้าใจว่า ศาสตราจารย์กิตติคุณ หรือ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกทั่วไปเพื่อเป็นเกียรติเท่านั้น โดยไม่ต้องเป็นศาสตราจารย์มาก่อนซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

ศาสตรเมธาจารย์คนแรกของไทย คือ ศาสตราจารย์ ดร. จำรัส ลิ้มตระกูล แห่งภาควิชา เคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับการยกย่องจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ( สวทช.) ให้เป็น ศาสตรเมธาจารย์ สวทช ประจำปี 2552 (2009 NSTDA Chair Profess

ศาสตราจารย์ของไทย ส่วนมากไม่มีผลงานในเชิงทฤษฎี แต่เป็นผลงานงานวิจัย พิสูจน์สมมติฐาน ที่ได้รับการยอมรับว่า ‘ ดีมาก ‘ ถ้าเป็นงานวิจัยที่เกี่ยวกับของไทย (เช่น ประวัติศาสตร์ไทย ภาษาไทย วัฒนธรรมไทย โบราณคดี) ควรได้รับการตีพิมพ์ ในวารสารวิชาการของ ราชบัณฑิตสภา หรือวารสารวิชาการของ สภาวิจัยแห่งชาติ มิใช่เพียงวารสารวิชาการของมหาวิทยาลัย

เคล็ดไม่ลับสู่ตำแหน่งศาสตราจารย์กับความสำเร็จในการทำงาน

November 25th, 2014

การก้าวสู่ตำแหน่งวิชาการในระดับศาสตราจารย์เป็นเรื่องยากแต่ไม่เกินความสามารถของผู้ที่ไม่คิดย่อท้อ เพียงเราสู้ ไม่คิดท้อถอย ทุกท่านก็สามารถเป็นศาสตราจารย์ได้ในเร็ววันการจัดเสวนาให้ความรู้ และการสร้างกิจกรรม อันคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระตุ้นให้คณาจารย์เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยื่นขอตำแหน่งศาสตราจารย์เป็นจำนวนเงินกว่า 5 ล้านบาทต่อปี เพื่อเปิดโอกาสให้ศาสตราจารย์ทั้งภายในและภายนอก ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่คณาจารย์ต่อไป

เคล็ดลับความสำเร็จในการทำงานสู่ตำแหน่งศาสตราจารย์
- มีเครือข่าย การทำงานจำเป็นต้องมีเครือข่ายเป็นผู้สนับสนุนและเป็นที่ปรึกษา เช่น ขณะที่ศาสตราจารย์เป็นรองคณบดี ต้องดำเนินการผันงบประมาณจากหมวดอื่น ใช้สัมพันธภาพที่ดีและการมีเครือข่ายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถเขียนแบบและดำเนินขั้นตอนต่างๆ จนสำเร็จ   ซึ่งการสร้างเครือข่ายนี้เกิดจากการมีสัมพันธภาพที่ดี ต้องมีเทคนิค อาทิ การเลี้ยงอาหาร การมอบสิ่งตอบแทน การมีของฝากเป็นต้น
- รักและใส่ใจงานมีความรักในงานที่ตนเองรับผิดชอบ ไม่ว่าขณะนั้นจะเป็นอาจารย์ในภาควิชา เป็นรองคณบดีหรือหัวหน้าภาควิชาฯ งานไม่เคยทำให้ใครตาย ด้านการสอนนั้น  เราต้องรู้จริงในเรื่องที่เราจะสอน  มีการนำผลการวิจัยมาใช้ในการเรียนการสอน การสอนสุขศึกษาไม่จำเป็นต้องสอนเหมือนกัน อาจต่างกันไปตามปัญหา เช่นกรณีลูกป่วยเป็นโรคหัวใจ พ่อแม่อาจต้องการเงิน แต่หากลูกมีปัญหาเรื่องสมอง พ่อแม่ต้องการความรู้เรื่องการเลี้ยงดูมากกว่าเงินทอง
- กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ ไม่กลัวการแข่งขัน ไม่ยอมแพ้ ไม่กลัวคนโกรธถ้าคิดว่าเราทำถูก และไม่เคยปฏิเสธงาน ไม่มีปัญหาอะไรที่แก้ไม่ได้  ไม่อายที่จะขอความรู้จากผู้รู้ นอกจากนั้นต้องกล้าสอน เมื่อพบนักศึกษามีพฤติกรรมไม่ถูกต้องหรือแต่งกายไม่สุภาพจะตักเตือนทันที เพราะถือว่าไม่สอนวิชาอย่างเดียว ต้องสอนเรื่องอื่นๆด้วย ท่านบอกว่าเป็นนักล่าทุนและกล้าลงสมัครชิงตำแหน่งต่างๆ เพราะไม่อายหากไม่ชนะ ย้ำว่า งานไม่เคยทำให้ใครตาย เมื่อรับงานมาแล้ว เรียงลำดับก่อนหลัง เหนื่อยล้าก็พักก่อน
- เป็นตัวอย่างที่ดี  อาจารย์ต้องถ่ายทอดเก่ง เข้าใจความแตกต่างของนักศึกษา สามารถสอนเรื่องยากให้เข้าใจง่าย สอนเด็กไม่เก่งให้ขยันเรียน ขณะเดียวกันก็ต้องสอนเด็กเก่งให้รู้สึกสนุกไปด้วย  อาจารย์ต้องพูดมีควบกล้ำ ตรงต่อเวลา แม่นในเนื้อหา ครูต้องรู้มากกว่านักศึกษา ถ้าไม่รู้ก็บอกว่าจะไปหาข้อมูลมาให้  อาจารย์จะเก่งได้ต้องมีงานวิจัย  sheet ที่แจกนักศึกษาควรอ้างอิงงานวิจัย ซึ่งอาจเป็นงานวิจัยของเราหรือคนอื่นก็ได้

ศาสตราจารย์ตำแหน่งประจำในมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญยิ่งในสาขาวิชา

October 23rd, 2014

ผู้มีความเชี่ยวชาญในศิลปะวิทยาการเฉพาะด้าน หรือผู้สอนผู้มีความชำนาญระดับสูง ศาสตราจารย์อาจได้รับการคัดเลือกแล้วแต่งตั้งตามตำแหน่งทางวิชาการ หรือมีคุณวุฒิในระดับที่ควรแก่การยกย่อง มีคนในวงการอ้างถึงและยกผลงานให้เป็นทฤษฎี หรือมีผลงานวิจัยที่ส่งผลกระทบโดยกว้าง

ประเภทของศาสตราจารย์
ตำแหน่งศาสตราจารย์ประจำ
ศาสตราจารย์ที่ต้องทำผลงานวิจัยและ/หรือแต่งตำรา
ศาสตราจารย์ประเภทนี้ เป็นศาสตราจารย์ที่เป็นพื้นฐานหลักของมหาวิทยาลัย เป็นตำแหน่งประจำ เช่น เป็นข้าราชการ หรือพนักงานมหาวิทยาลัย (รวมทั้ง มหาวิทยาลัยเอกชน) ที่สอนประจำอยู่ในมหาวิทยาลัย หรือ สถาบันอุดมศึกษา โดยต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของสภามหาวิทยาลัย หรือระเบียบตามกฎหมายของประเทศนั้น

ศาสตราจารย์คลินิก
ศาสตราจารย์คลินิกจะแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ทางด้านการสอนและการค้นคว้าวิจัยในภาคปฏิบัติ เช่น แพทย์เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ที่สอนนักศึกษาแพทย์ด้านคลินิก มีการค้นคว้าทดลองวิธีการรักษา หรือค้นพบสิ่งใหม่ในทางปฏิบัติ ได้นำผลนั้นมาเผยแพร่และสอนทางปฏิบัติที่มีคุณค่าทางวิชาการ แต่มีรูปแบบของผลงานไม่เข้าเกณฑ์ที่ใช้ขอตำแหน่งตามปกติ ในต่างประเทศ มีการตั้งตำแหน่ง ศาสตราจารย์ปฏิบัติวิชาชีพ (professor of practice) สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถสูงเป็นที่ยอมรับในวงวิชาชีพนั้นๆ ที่มหาวิทยาลัยเปิดสอนสาขาวิชาชีพ เช่น สาขาการออกแบบวางแผน หรือการบัญชีเชิญมาเป็นอาจารย์สอนประจำแบบไม่เต็มเวลา หรือไม่ครบ 4 องค์ประกอบหลัก บางครั้งเรียก “adjunct professor”

ศาสตราจารย์กิตติคุณ หรือ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ
ศาสตราจารย์กิตติคุณ หรือ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แต่งตั้งจาก “อาจารย์ประจำ” ผู้เคยเป็นศาสตราจารย์มาแล้วจากการวิจัยและ/หรือแต่งตำราของมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญ หรือชำนาญพิเศษได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงในสาขาวิชานั้นมาก่อน และเกษียณอายุราชการแล้ว ที่สถาบันอุดมศึกษา เห็นสมควรแต่งตั้งเพื่อให้สร้างคุณประโยชน์ด้านการศึกษาให้แก่ภาคหรือสาขาวิชานั้นต่อไป โดยถือว่าผู้ได้รับการแต่งตั้งยังคงมีสิทธิ์ใช้ชื่อศาสตราจารย์นำหน้า และยังสามารถบ่งบอกสังกัดตนได้ต่อไปจนถึงแก่กรรมหรือเมื่อทำความผิดร้ายแรง ตำแหน่งนี้ตรงกับภาษาอังกฤษว่า “professor emeritus” ซึ่งธรรมเนียมการใช้ชื่อในภาษาอังกฤษจะใช้โยงกับสาขาวิชา เช่น Professor Emeritus of Mathematics Isaac Newton หรือ Isaac Newton, Professor Emeritus of Mathematics เป็นต้น

ตำแหน่งศาสตราจารย์ ที่ไม่ประจำ หรือแต่งตั้งโดยวิธีอื่น
มหาวิทยาลัยอาจแต่งตั้งบุคคลภายในหรือภายนอกมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญยิ่งในสาขาวิชาที่เป็นผู้นำและเป็นตัวอย่างที่ดีของนักวิชาการชั้นเยี่ยม มีมาตรฐานสูงทางคุณธรรม จริยธรรม และมีความซื่อตรงต่อวิชาชีพ ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น โดยมหาวิทยาลัยกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบและระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนหรือเงินตอบแทนจากทุนต่างๆ ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ปฏิบัติภารกิจที่เป็นงานทางวิชาการ โดย

ศาสตราจารย์พิเศษ
ศาสตราจารย์พิเศษ อักษรย่อ ศ.(พิเศษ) เป็นศาสตราจารย์ที่แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่เป็นอาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย หรือสถาบันนั้น โดยต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ทางด้านวิชาการ ที่อาจจะเป็นอาจารย์พิเศษทรงคุณวุฒิสูง และทำหน้าที่สอนให้มหาวิทยาลัยมานาน หรือเป็นบุคคลที่ได้อุทิศตัว มีความรู้มีประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านการประเมิน โดยการกลั่นกรองจากสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้พิจารณาเสนอ

ศาสตราจารย์ต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในเชิงทฤษฎี การวิจัย เขียนบทความทางวิชาการ หรือตำราเรียน ที่ผ่านการประเมินเฉพาะสาขาวิชานั้นๆ มาแล้ว ศาสตราจารย์ที่ไม่ต้องทำผลงานวิจัย หมายถึง ผู้ที่เขียนบทความทางวิชาการ (หรือหนังสือ) ที่มีข้อเสนอเชิงวิชาการจำนวนมาก ต้องเป็นแนวคิดใหม่ และต่อมาคนในวงการเรียก ข้อเสนอหรือแนวคิดใหม่ ดังกล่าวนั้น ว่า ทฤษฎี ดังเช่น Albert Einstein ที่ไม่เคยทำงานวิจัย หรือเข้าห้องทดลอง แต่เสนอเรื่องสัมพันธภาพระหว่างความเร็วและเวลา และต่อมาคนในวงการเรียกข้อเสนอดังกล่าวว่าทฤษฎี หากเป็นงานวิจัยที่เป็นลักษณะสากล (วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์) ควรได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ส่วนงานวิจัยระดับดีเลิศ มักเกี่ยวข้องกับงานเชิงทฤษฎี หรือกฎเกณฑ์ใหม่ ที่ไขปริศนา หรือพิสูจน์สมมุติฐานที่มีผู้สร้างไว้ งานวิจัยระดับดีมาก หรือดีเลิศนั้น ไม่จำเป็นต้องได้รับรางวัลใดๆ ทั้งสิ้น แต่มักได้รับการกล่าวถึง หรืออ้างอิงถึง โดยงานวิจัยอื่น ๆ ที่ตามมาภายหลัง จำนวนการอ้างอิงนี้ ถึงบ่งบอกถึงความสำคัญของงานวิจัยชิ้นดังกล่าว ไม่ใช่จำนวนรางวัลที่ได้รับ

เทคนิคการก้าวสู่ตำแหน่งศาสตราจารย์ให้ประสบความสำเร็จ

September 29th, 2014

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยขอนแก่นมี อาจารย์ 874 คน คิดเป็น 43.2% มีผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนวน 639 คน คิดเป็น 31.6% มีรองศาสตราจารย์ จำนวน 467 คน คิดเป็น 23.1% และมีศาสตราจารย์จำนวน 43 คนคิดเป็น 2.1% ซึ่งการที่เราจะก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของประเทศได้นั้นต้องอาศัยองค์ความรู้มากมายรวมทั้งการเพิ่มจำนวนศาสตราจารย์ให้มากขึ้น โดยเป้าหมายที่วางไว้คือมีผู้ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ 40 คนต่อปี นับเป็นความท้าทายที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นต้องช่วยกันผลักดัน และกระตุ้นตำแหน่งศาสตราจารย์ให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นเพื่อก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยอันดับที่ 3 ของประเทศ อันดับ 80 ของเอเชีย และอันดับ 400 ของโลก การก้าวสู่ตำแหน่งวิชาการในระดับศาสตราจารย์เป็นเรื่องยากแต่ไม่เกินความสามารถของผู้ที่ไม่คิดย่อท้อ เพียงเราสู้ ไม่คิดท้อถอย ทุกท่านก็สามารถเป็นศาสตราจารย์ได้ในเร็ววัน ทั้งนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้อุดหนุนโครงการ การจัดเสวนาให้ความรู้ และการสร้างกิจกรรม อันคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระตุ้นให้คณาจารย์เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยื่นขอตำแหน่งศาสตราจารย์เป็นจำนวนเงินกว่า 5 ล้านบาทต่อปี เพื่อเปิดโอกาสให้ศาสตราจารย์ทั้งภายในและภายนอก ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่คณาจารย์ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นต่อไป

การพิจารณากลั่นกรองนั้นเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่นักวิจัยต้องคำนึงถึง อาทิ การมีส่วนร่วมในผลงานวิชาการ การนำเสนอผลงานวิชาการ และการเผยแพร่ผลงานวิชาการ เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งรองศาสตราจารย์ทุกท่านต้องศึกษาอย่างละเอียดเพื่อขอตำแหน่งวิชาการให้การยื่นขอศาสตราจารย์ได้สำเร็จสำคัญในการทำให้ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์คือ ผลงานต้องมีและอยู่ในระดับดีมาก โอกาสต้องดี หากเป็นไปตามกฎ 3 ข้อนี้ โอกาสที่จะไม่ผ่านการพิจารณานั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาต้องใช้ความพยายามอย่างสูง จึงขอให้กำลังใจเพื่อนนักวิชาการทุกท่านว่าอย่าท้อถอย และสักวันหนึ่งท่านจะก้าวสู่ตำแหน่งศาสตราจารย์ได้ไม่ยากเทคนิคการก้าวสู่ตำแหน่งศาสตราจารย์นั้น ผลงานต้องเป็นเรื่องใหม่เป็นเรื่องที่โลกไม่เคยค้นพบ ห้ามทำซ้ำกับบุคคลอื่น หากเป็นงานประจำที่เราทำอยู่แล้วจะเป็นสิ่งที่เราถนัดและทำออกมาได้ดีเพราะไม่มีใครรู้เท่าเราแน่นอน เพราะผลงานต้องใช้ความอดทนมากพอควร ทุนวิจัยไม่ใช่ปัญหาต้องค้นคว้าหาเพิ่มเติมจากองค์กรภายนอก การส่ง paper ห้ามเน้นที่จำนวน ให้เน้นที่คุณภาพ การทำผลงานต้องทำอย่างต่อเนื่อง จะสามารถทำ paper ได้ดี และสุดท้ายการทำงานต้องอาศัยทีมที่แข็งแกร่งทำงานด้วยความสามัคคี อย่าย่อท้อ

โครงการฝึกอบรมและสัมมนาเพื่อพัฒนาอาจารย์

August 28th, 2014

ทิศทางและบทบาทของระบบการศึกษาในอนาคต

เกี่ยวข้องกับบทบาทของการศึกษาทุกระดับ เพราะสถาบันการศึกษาเป็นแหล่งผลิตกำลังคนให้มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันและประกอบอาชีพได้ในอนาคต รวมทั้งศึกษาต่อในระดับสูงต่อไป เพื่อออกไปรับใช้สังคมและประเทศชาติจึงต้องมุ่งเน้นที่คุณภาพและมาตรฐานของการศึกษาเป็นประเด็นสำคัญ องค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้ นักเรียน นักศึกษา ประสบผลสำเร็จในการศึกษา นอกจากความมั่นใจและความตั้งใจของนักเรียน นักศึกษาเองแล้วคุณภาพของนักเรียน นักศึกษานั้นก็ขึ้นอยู่กับอาจารย์ด้วย

การพัฒนาอาจารย์จะเป็นแนวทางการพัฒนาด้านการสอนระหว่างปฏิบัติการโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะส่งเสริมให้ผู้ที่ปฏิบัติการอยู่แล้วได้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้ ทักษะและการดำเนินงานด้านต่างๆให้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งบทบาทของอาจารย์ในสถาบันการศึกษาจึงนับว่าสำคัญยิ่งในการพัฒนาคุณภาพของนักเรียนนักศึกษาให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพสูงสุด การพัฒนาอาจารย์จึงเป็นการช่วยให้อาจารย์ได้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้ความสามารถทางด้านวิชาการ มีทักษะในการปฏิบัติงานในวิชาชีพ รวมทั้งปรับปรุงทัศนคติ เจตคติ ของอาจารย์ต่อองค์การและหน่วยงานให้ทันต่อเหตุการณ์และรับรู้ เรียนรู้ เทคนิคต่างๆในด้านการปฏิบัติงาน และการสอนรวมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์กับนักศึกษา

การจัดโครงการฝึกอบรมสัมมนาอาจารย์ด้านการสอน การวัดผลการศึกษา การจัดประชุมสัมมนาทางวิชาการ การจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศทางวิชาการ การดำเนินงานเพื่อเชิดชูเกียรติและให้รางวัลอาจารย์ การดำเนินการเรื่องทุนศึกษาต่อของอาจารย์ทั้งทุนในประเทศและทุนต่างประเทศ ทั้งทุนของมหาวิทยาลัยและจากแหล่งทุนอื่น การจัดสรรทุนให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ตลอดจนการกำกับดูแลกองทุนบัณฑิตศึกษา ควรส่งเสริมให้อาจารย์มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และควรมีฝ่ายสนับสนุนทางด้านการพัฒนาอาจารย์ที่ชัดเจนเพื่อให้อาจารย์ปฏิบัติงานได้อย่างเป็นขั้นตอนและบรรลุภารกิจของอาจารย์ได้

วิธีการพัฒนาอาจารย์และการฝึกอบรม

1.การศึกษาต่อในประเทศและต่างประเทศ
2.การรับการฝึกอบรมในเรื่องต่างๆทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ การบริหารและเรื่องอื่นที่เป็นประโยชน์
3.การร่วมประชุมปฏิบัติการ การประชุมทางวิชาการ การสัมมนา
4.การฝึกปฏิบัติงานด้านต่างๆ
5.การศึกษาปฏิบัติด้วยตนเอง
6.การผลัดเปลี่ยนตำแหน่งในสถาบันอุดมศึกษา
7.การประเมินการปฏิบัติงานของคณาจารย์
8.การช่วยกิจกรรมทั้งด้านวิชาการและสังคมทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย
9.กิจกรรมอื่นๆ เช่น การพัฒนาตนเองทั้งร่างกายและจิตใจ