อาจารย์ผู้สอนสามารถเลือกใช้และใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน
สังคมออนไลน์ ขึ้นบนเครือข่ายการใช้งานอินเทอร์เน็ตในสถาบันการศึกษา

คุณสมบัติช่างภาพ phuket photographer ที่ดี

February 22nd, 2017

อาชีพช่างภาพ หรือช่างภาพอิสระ ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะอาชีพช่างภาพ ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถทำให้คนที่ชื่นชอบสามารถทำงานไปพร้อม ๆ กับการพักผ่อนได้ เพราะการถ่ายภาพเป็นการสื่อสารหรือถ่ายทอดความรู้สึกแบบสุนทรียภาพผ่านความงามในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งธรรมชาติ ความรู้สึก อารมณ์ ผ่านทางภาพถ่ายนั่นเอง และสำหรับผู้ที่สนใจในอาชีพในการเป็นช่างภาพ phuket photographer ที่ดีนั้น  จะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

  1. เป็นผู้ที่มีมีจินตนาการ รักงานศิลปะ และชอบเรียนรู้เกี่ยวกับงานศิลปะในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อหาความรู้ ความแปลกใหม่ในการนำเสนอผลงาน
  2. มีสายตาของการเป็นช่างภาพ เช่นมองเห็นสิ่งต่าง ๆ แบบภาพถ่าย รู้จักการเลือกมุมหรือองค์ประกอบเพื่อสื่อความหมายด้วยภาพ มีบุคลิกช่างสังเกต ช่างจดจำ
  3. มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และกล้านำเสนอผลงานของตัวเองผ่านมุมมองในรูปแบบต่าง ๆ
  4. เป็นคนที่มีความอดทน ใส่ใจกับงาน และปรับตัวได้กับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี
  5. เป็นคนที่ความรับผิดชอบ มีความตั้งใจในงานทำงาน ตรงต่อเวลา เข้ากับผู้อื่นได้ดี
  6. เป็นคนที่รักในการเรียนรู้ สนใจติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอยู่เสมอ

 

แต่ถ้าใครคิดว่าตัวเองยังไม่มีคุณสมบัติตรงตาม 6 ข้อนี้ก็อย่าได้ไปกลัว เพราะของแบบนี้มันฝึกกันได้ เริ่มแรกไม่จำเป็นต้องซื้อกล้องตัวโปรตัวใหญ่ หัดถ่ายภาพด้วยกล้องมือถือให้ชำนาญและสวยก่อน เป็นช่างภาพจากมือถือตัวโปรดก่อนแล้วค่อย ๆ ขยับไปกล้องตัวใหญ่น่าจะเป็นหนทางที่เข้าท่าที่สุด ค่อย ๆ หาหนทางของตัวเองด้วยการหัดเป็นช่างภาพจากมือถือ

ชื่นชอบการนวดในแบบ Bangkok massage service

February 21st, 2017

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการนวดแผนไทย หรือนวดน้ำมันที่ถึงแม้ว่าจะมีประโยชน์มากมายทางด้านโดยประโยชน์ของการนวดแผนไทยนั้นมีหลายด้านไม่ว่าจะเป็นช่วยให้เลือดลมไหลเวียนและถ่ายเทของเสียได้ดี ช่วยให้หลอดเลือดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไร้สารพิษตกค้าง ช่วยกระตุ้นระบบน้ำเหลืองและสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อโรค ช่วยบำบัดการเกิดโรคซึมเศร้า และริดสีดวงทวารหนัก

แต่การเรียนรู้เกี่ยวกับการนวดแผนไทยเพื่อป้องกันการเกิดอันตรายก็เป็นสิ่งที่ควรใส่ใจเช่นกัน โดยสิ่งที่ต้องเรียนรู้ก่อนการนวดแผนไทยเช่นไม่ควรรับประทานอาหารใหม่ๆ ไม่ควรนวดในขณะร่างกายอ่อนเพลียมากหรือหลังการอาบน้ำมาใหม่ ๆ  ไม่ควรนวดในขณะที่มีไข้สูง และไม่เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์ สตรีช่วงมีประจำเดือน หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหรือน้ำเหลืองอุดตัน

ดังนั้นการเลือกศูนย์นวดแผนไทยครบวงจรที่มีประสบการณ์ในการนวดโดยผู้เชี่ยวชาญอย่าง Bangkok Massage Service  ที่มีบริการให้เลือกหลากหลาย ดังนี้

  • บริการนวดแบบไทยดั้งเดิม เป็นการนวดเพื่อบำบัดหรือรักษาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อใบหน้าและร่างกาย
  • บริการนวดน้ำมัน เป็นการนวดแผนไทยโบราณด้วยน้ำมันอุ่น ช่วยให้ร่างกายได้รับการผ่อนคลายและรู้สึกสงบ และลดอาการปวดกล้ามเนื้อ
  • บริการนวดน้ำมันอโรม่า เป็นการนวดแผนไทยด้วยน้ำมันอโรม่าที่มีกลิ่นหอมช่วยในการผ่อนคลายไปพร้อมกับการนวดเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อแบบไม่ลงน้ำหนักมาก
  • บริการนวดผ่อนคลายแบบส่วนตัว เป็นการนวดแบบส่วนตัวที่ผู้ใช้บริการเลือกนวดได้ด้วยตัวเอง
  • บริการนวดผ่อนคลายส่วนตัวแบบพิเศษ บริการนวดแบบส่วนตัวที่สามารถเลือกทั้งรูปแบบการนวดและผู้นวดได้ด้วยตนเอง

 

 

บทบาทและความสำคัญของอาจารย์ที่ปรึกษา

October 30th, 2015

41dc1d25308b44dfa30b15c8f83ac5c7อาจารย์ที่ปรึกษามีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของนักศึกษา ต้องช่วยเหลือนักศึกษาในการปรับตัวเองเมื่อเข้ามาสู่สถานศึกษาใหม่ เช่น การปรับตัวกับเพื่อนใหม่ ปรับตัวในการเรียน ยิ่งในสถาบันอุดมศึกษา นักศึกษาต้องรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น เพราะถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว ย่อมรับผิดชอบตัวเองได้ บางคนยังคุ้นเคยการเรียนแบบเดิม คือ สมัยการเรียนในระดับมัธยมศึกษา เมื่อเข้ามาเรียนในระดับอุดมศึกษาในระยะแรกจะยังไม่สามารถปรับตัวได้จะเกิดความคับข้องใจ หรือในกรณีการคบเพื่อนใหม่จะต้องเปลี่ยนเพื่อนใหม่ เป็นต้น ทั้งการเรียนและการคบเพื่อนถ้านักศึกษาได้มีโอกาสปรับตัวให้สามารถดำเนินการด้วยดี เริ่มต้นดี นักศึกษาจะประสบความสำเร็จในการศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษาจึงมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยนักศึกษา ให้ประสบความสำเร็จในการปรับตัว และช่วยเหลือเมื่อนักศึกษาประสบปัญหา

อาจารย์ที่ปรึกษาแต่ละท่านมีภาระรับผิดชอบดูแลนักศึกษาจำนวนที่แตกต่างกัน การปฏิบัติของอาจารย์ก็แตกต่างกัน บางท่านดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด มีการพบปะกับนักศึกษาอย่างสม่ำเสมอ บางท่านมีเวลาพบนักศึกษาเฉพาะช่วงเปิดภาคการศึกษาก่อนลงทะเบียนเท่านั้น เมื่อเข้าสู่รั้วอุดมศึกษา นักศึกษาต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมทางการเรียน สภาพแวดล้อมทางสังคมและกลุ่มเพื่อนของมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาเข้ามาศึกษาและใช้ชีวิตภายในมหาวิทยาลัยอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จด้านการศึกษาตามที่ตั้งไว้ คณะวิชาจึงมีการแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาทางวิชาการ กำหนดให้เป็นผู้ดูแลนักศึกษาตลอดระยะเวลาการศึกษา ตั้งแต่แรกเข้าศึกษาจนกระทั่งนักศึกษาสำเร็จการศึกษาไปจากสถาบัน

บทบาทและหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษา
1.ให้คำปรึกษาแนะนำนักศึกษาเกี่ยวกับหลักสูตร การเลือกวิชาเอก-โท การลงทะเบียนวิชาเรียนแต่ละภาคการศึกษา และวางแผนการศึกษาให้เป็นไปตามหลักสูตร
2.ทักท้วงการลงทะเบียนบางรายวิชาเมื่อเห็นว่าการลงทะเบียนรายวิชานั้นๆไม่เหมาะสมต่อนักศึกษา เช่น นักศึกษามีผลคะแนนสะสมต่ำ
3.ควบคุมดูแลการลงทะเบียนเรียนของนักศึกษาให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
4.ให้คำแนะนำนักศึกษาเกี่ยวกับวิธีการเรียนและการค้นคว้าระเบียบ กฎเกณฑ์การใช้ชีวิตความเป็นอยู่ภายในมหาวิทยาลัย การติดตามผลการเรียนของนักศึกษาอย่างสม่ำเสมอ
5.ให้การปรึกษาแนะนำและช่วยเหลือนักศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคในด้านการเรียนและปัญหาทางสังคม อารมณ์ และส่วนตัว ที่จะมีผลกระทบต่อการเรียนของนักศึกษา

การแต่งตั้งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ โดยวิธีพิเศษโดยวิธีพิเศษ

October 3rd, 2015

การแต่งตั้งโดยวิธีพิเศษ (แต่งตั้งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ โดยวิธีพิเศษ)

1. หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดตำแหน่งศาสตราจารย์โดยวิธีพิเศษ

หลักเกณฑ์

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยอาจเสนอขออนุมัติ ก.ม. แต่งตั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือรองศาสตราจารย์ ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะต่างไปจากที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นได้ เช่น เสนอขอแต่งตั้งอาจารย์ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ โดยที่ผู้นั้นมิได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือรองศาสตราจารย์มาก่อน ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการเสนอแต่งตั้งจะต้องมีความรู้ความสามารถและมีผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพสูงกว่าปกติ โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

การเสนอขอแต่งตั้งตำแหน่งศาสตราจารย์โดยวิธีพิเศษ จะต้องมีผลงานทางวิชาการที่ประกอบด้วย ตำราหรือหนังสือ และผลงานวิจัยหรือผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นที่มีคุณภาพดีเด่น

วิธีการพิจารณา

ให้คณะวิชาเสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ม. กำหนดต่อ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยหรือสถาบันตามแบบที่ ก.ม. กำหนด พร้อมด้วยผลงานทางวิชาการ
ให้ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยหรือสถาบันประเมินผลการสอนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม. กำหนด โดยอาจแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อประเมินผลการสอนได้ตามความเหมาะสม
เมื่อ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยหรือสถาบันพิจารณาเห็นสมควรแล้ว จึงเสนอ ก.ม. พิจารณาอนุมัติการแต่งตั้ง
ก.ม. โดยคำแนะนำของ อ.ก.ม.วิสามัญเกี่ยวกับตำแหน่งทางวิชาการ แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาต่างๆ จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คนเป็น อ.ก.ม. วิสามัญ เพื่อพิจารณาผลงานทางวิชาการของผู้เสนอขอกำหนดตำแหน่ง ทั้งนี้ การตัดสินต้องได้รับคะแนนเสียงจากคณะกรรมการพิจารณาไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 และเสนอให้ ก.ม. พิจารณาอนุมัติ
การพิจารณากำหนดตำแหน่งศาสตราจารย์โดยวิธีพิเศษนั้น เมื่อ ก.ม. อนุมัติการแต่งตั้งแล้ว ให้ปลัดทบวงมหาวิทยาลัยดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป

2. หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดตำแหน่งรองศาสตราจารย์โดยวิธีพิเศษ

หลักเกณฑ์

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยหรือสถาบันสามารถดำเนินการแต่งตั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นได้ เช่น แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ให้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ โดยที่ผู้นั้นมิได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์มาก่อน หรือแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ยังไม่ครบตามเกณฑ์ที่ ก.ม. กำหนด ให้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ได้ ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการเสนอแต่งตั้งจะต้องมีความรู้ความสามารถและมีผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพสูงกว่าปกติ ดังนี้

1. ผลการสอน

มีชั่วโมงสอนประจำวิชาใดวิชาหนึ่งที่กำหนดไว้ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยหรือสถาบัน และมีความชำนาญพิเศษในการสอนโดยผ่านการประเมินจาก อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม. กำหนด

2. ผลงานทางวิชาการ ประกอบด้วย

2.1 เอกสารคำสอนที่ผลิตขึ้นไม่น้อยกว่า 1 รายวิชา ซึ่งมีคุณภาพดีมาก และได้ใช้ประกอบการสอนมาแล้ว และ

2.2 งานแต่ง เรียบเรียง แปลตำราหรือหนังสือ ที่ใช้ประกอบการศึกษาในมหาวิทยาลัย หรือสถาบัน ซึ่งมีคุณภาพดีมาก และได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ตามเกณฑ์ที่ ก.ม. กำหนดมาแล้ว หรือ

2.3 ผลงานวิจัยซึ่งมีคุณภาพดีมาก และได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ตามเกณฑ์ที่ ก.ม. กำหนดมาแล้ว ทั้งนี้ ไม่นับงานวิจัยที่ทำเป็นส่วนของการศึกษาเพื่อรับปริญญาหรือ ประกาศนียบัตรใดๆ หรือ

2.4 ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น ซึ่งมีคุณค่าเทียบได้ผลงานในข้อ 2.2 หรือ 2.3

วิธีการพิจารณา

ให้คณะวิชาเสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ม. กำหนดต่อ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัย หรือสถาบัน ตามแบบเสนอขอแต่งตั้งที่ ก.ม. กำหนด พร้อมด้วยผลงานทางวิชาการจำนวน 5 ชุด
ให้ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน ประเมินผลการสอนตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ ก.ม. กำหนด โดยแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อประเมินผลการสอนได้ตามความเหมาะสม
ให้ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เสนอขอ จำนวน 5 คน เป็นคณะกรรมการพิจารณาผลงานทางวิชาการ ก่อนที่ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยหรือสถาบันจะพิจารณาอนุมัติการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาผลงานทางวิชาการจะต้องแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยหรือสถาบันทั้งหมด และจะต้องมีตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่าระดับรองศาสตราจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญพิเศษ/ผู้ชำนาญการพิเศษ ระดับ 10 หรือเทียบเท่า ทั้งนี้ การตัดสินจะต้องได้รับคะแนนเสียงจากคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการไม่น้อยกว่า 4 ใน 5
เมื่อ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน อนุมัติการแต่งตั้งแล้ว ให้อธิการบดีเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้ง แล้วแจ้งให้ ก.ม. ตรวจสอบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ออกคำสั่งแต่งตั้ง พร้อมทั้งส่งสำเนาคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ และสำเนาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาผลงานทางวิชาการด้วย

3. หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์โดยวิธีพิเศษ

หลักเกณฑ์

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยหรือสถาบันสามารถดำเนินการแต่งตั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งอาจารย์ ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นได้ เช่น เสนอขอแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ วุฒิปริญญาโท ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งไม่ครบ 5 ปี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ได้ ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการเสนอแต่งตั้งจะต้องมีความรู้ความสามารถและมีผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพสูงกว่าปกติ ดังนี้

1. ผลการสอน

มีชั่วโมงสอนประจำวิชาใดวิชาหนึ่งที่กำหนดไว้ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยหรือสถาบัน และมีความชำนาญในการสอนโดยผ่านการประเมินจาก อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม. กำหนด

2. ผลงานทางวิชาการ ประกอบด้วย

2.1 เอกสารประกอบการสอนที่ผลิตขึ้นไม่น้อยกว่า 1 รายวิชา ซึ่งมีคุณภาพดีมาก และได้ใช้ประกอบการสอนมาแล้ว และ

2.2 งานแต่ง เรียบเรียง แปลหนังสือ หรือเขียนบทความทางวิชาการ ซึ่งมีคุณภาพดีมาก และได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ตามเกณฑ์ที่ ก.ม. กำหนดมาแล้ว หรือ

2.3 ผลงานวิจัยซึ่งมีคุณภาพดีมาก และได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ตามเกณฑ์ที่ ก.ม. กำหนดมาแล้ว ทั้งนี้ ไม่นับงานวิจัยที่ทำเป็นส่วนของการศึกษาเพื่อรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรใดๆ หรือ

2.4 ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น ซึ่งมีคุณค่าเทียบได้กับผลงานในข้อ 2.2 หรือ 2.3

วิธีการพิจารณา

ให้คณะวิชาเสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ม. กำหนดต่อ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน ตามแบบเสนอขอแต่งตั้งที่ ก.ม. กำหนด พร้อมด้วยผลงานทางวิชาการ จำนวน 5 ชุด
ให้ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน ประเมินผลการสอนตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ ก.ม. กำหนด โดยอาจแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อประเมินผลการสอนได้ตามความเหมาะสม
ให้ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เสนอขอ จำนวน 5 คน เป็นคณะกรรมการพิจารณาผลงานทางวิชาการ ก่อนที่ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยหรือสถาบันจะพิจารณาอนุมัติการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาผลงานทางวิชาการจะต้องแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยหรือสถาบัน ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง และจะต้องมีตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่าระดับรองศาสตราจารย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ/ผู้ชำนาญพิเศษ ระดับ 9 หรือเทียบเท่า ทั้งนี้ การตัดสินจะต้องได้รับคะแนนเสียงจากคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการไม่น้อยกว่า 4 ใน 5
เมื่อ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน อนุมัติการแต่งตั้งแล้ว ให้อธิการบดีเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้ง แล้วแจ้งให้ ก.ม. ทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ออกคำสั่งแต่งตั้ง พร้อมทั้งส่งสำเนาคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ และสำเนาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาผลงานทางวิชาการด้วย

ตำแหน่งศาสตราจารย์ในประเทศไทยที่ควรทราบ

August 25th, 2015

ในประเทศไทย ตำแหน่งศาสตราจารย์ ถือเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติที่แสดงถึงความเป็นผู้มีความรู้สูง และมีผลงานด้านการศึกษาของบุคคลนั้น ซึ่งต้องผ่านการกลั่นกรองและประเมินผลงานอย่างเคร่งครัดและเข้มงวดในความถูกต้องของวิชา ซึ่งการแต่งตั้งศาสตราจารย์ในประเทศไทย จะต้องผ่านกระบวนการตาม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ทางคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย (ก.ม.) และทบวงมหาวิทยาลัย จะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ แล้วการแต่งตั้งก็นำเข้าคณะรัฐมนตรี เพื่อผ่านไปโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ สำหรับตำแหน่งศาสตราภิชานอาจเป็นตำแหน่งที่มีกำหนดเวลาโดยจะขึ้นกับปีงบประมาณหรือกองทุนศาสตราภิชานของมหาวิทยาลัยที่เชิญ และศาสตราจารย์กิตติเมธีในประเทศไทยเป็นตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมาปฏิบัติงานวิจัย ทั้งนี้ตำแหน่งศาสตราภิชานและศาสตราจารย์กิตติเมธี อาจจะมีเงื่อนไขในการดำรงตำแหน่งไม่เหมือนกัน โดยขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยกำหนด

ศาสตรเมธาจารย์คนแรกของไทย คือ ศาสตราจารย์ ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล แห่งภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับการยกย่องจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้เป็น ศาสตรเมธาจารย์ สวทช ประจำปี 2552 (2009 NSTDA Chair Professor)

สำหรับศาสตราจารย์ของไทย ส่วนมากไม่มีผลงานในเชิงทฤษฎี แต่เป็นผลงานงานวิจัย พิสูจน์สมมติฐานที่ได้รับการยอมรับว่าดีมาก ถ้าเป็นงานวิจัยที่เกี่ยวกับของไทย ควรได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการของราชบัณฑิตสภาหรือวารสารวิชาการของสภาวิจัยแห่งชาติด้วย ศาสตราจารย์ต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในเชิงทฤษฎี การวิจัย เขียนบทความทางวิชาการ หรือตำราเรียน ที่ผ่านการประเมินเฉพาะสาขาวิชานั้นๆ มาแล้ว ศาสตราจารย์ที่ไม่ต้องทำผลงานวิจัย คือ ผู้ที่เขียนบทความทางวิชาการ หรือหนังสือ ที่มีข้อเสนอเชิงวิชาการจำนวนมาก ต้องเป็นแนวคิดใหม่ และหากเป็นงานวิจัยที่เป็นลักษณะสากลควรได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ส่วนงานวิจัยระดับดีเลิศ จะเกี่ยวข้องกับงานเชิงทฤษฎีที่ไขปริศนา สามารถพิสูจน์สมมุติฐานที่มีผู้สร้างไว้ ในด้านงานวิจัยระดับดีมาก ไม่จำเป็นต้องได้รับรางวัลใดๆ แต่มักได้รับการกล่าวถึงโดยงานวิจัยอื่น ๆ

โดยในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญที่มีผลงานระดับศาสตราจารย์จำนวนหนึ่งไม่เพียงแค่สอนในมหาวิทยาลัยและไม่ได้มีตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์เท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เลือกที่จะทำงานในบริษัทเอกชน เนื่องจากจะได้ผลตอบแทนสูงกว่ามหาวิทยาลัยระดับกลางค่อนข้างมาก อย่างเช่น บริษัทเอกชนที่มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากในสาขาต่างๆ